News

บริการด้านอาหาร: รับประทานอาหารเช้าอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

บริการด้านอาหาร: รับประทานอาหารเช้าอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด การรับประทานอาหารเช้า ถือว่ามีความสำคัญมาก และเราก็ไม่ควรจะมองข้าม แต่การรับประทานอาหารเช้าส่วนใหญ่หลายคนละเลย เนื่องจากต้องแข่งขันกับเวลา และอาจจะทำให้ไม่มีเวลาในการรับประทานมื้อเช้า แต่มื้อเช้า ถือว่ามีความสำคัญกับร่างกาย เพราะเป็นการเติมพลังงานให้กับร่างกาย

เนื่องจากพลังงานที่ร่างกายใช้จะได้มาจากการย่อยสลายอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในรูปของน้ำตาลหรือกลูโคส ไว้ในเลือดเป็นหลัก และบางส่วนถูกเก็บเป็นพลังงานสำรอง ตามกล้ามเนื้อและตับ ในขณะที่เรากำลังหลับ ซึ่งร่างกายจะไม่ได้รับพลังงานจากสารอาหารที่รับประทานอาหาร จึงต้องดึงไกลโคเจนออกมาใช้ตลอดคืน เพื่อช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ต่ำจนเกินไป หลังการนอนเป็นเวลานาน ร่างกายจึงมีพลังงานสำรองค่อนข้างต่ำในช่วงเช้า จึงควรได้รับพลังงานเข้าไปเพิ่มเติม หากพลังงานสำรองถูกนำมาใช้จนหมด ร่างกายจะเริ่มสลายกรดไขมัน เพื่อนำไปเป็นพลังงานแทนชั่วคราว ซึ่งไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการนำมาใช้เป็นพลังงาน จึงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรง ส่งผลต่อการเรียนรู้ หรือทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นเราควรเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดชื่นและเสริมสร้างสุขภาพที่ดี จึงไม่ควรละเลยกับอาหารเช้าก่อนเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการรับประทานอาหารเช้าให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าตามหลักโภชนาการจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นในแต่ละวันอย่างครบถ้วน

นอกจากการรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำจะส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว แต่วิธีการเลือกรับประทานอาหารเช้า ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นเดียวกัน เราต้องเลือกอาหารเช้าให้เหมาะสม โดยอาหารประเภทคารโบไฮเดรตจัดเป็นกลุ่มสารอาหารหลักที่ร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงานได้ทันที จากนั้นจึงเป็นโปรตีน ในขณะที่ไฟเบอร์จะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น โดยไม่ได้รับพลังงานส่วนเกินมากไป อีกทั้งยังช่วยลดอาการท้องผูกและช่วยให้ระบบการย่อยอาหารเป็นไปตามปกติ กลุ่มอาหารที่รับประทานเป็นมื้อเช้าจึงควรผสมผสานสารอาหารหลายประเภท เพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราควรลองปรับอาหารเช้าให้ตรงกับความชอบของตนเองโดยพยายามเลือกเมนูที่มีสารอาหารอย่างน้อย 3 กลุ่มขึ้นไป เช่น กลุ่มคารโบไฮเดรต เช่น ซีเรียลธัญพืช ข้าวกล้อง ขนมปังธัญพืช เป็นต้น หรือผักและผลไม้ อาจจะรับประทานแบบสด แช่แข็ง ผลิตภัณฑ์เครื่องกระป๋อง เครื่องดื่ม แต่ควรระมัดระวังน้ำตาลและสารปรุงแต่งที่ใส่เพิ่มเติมลงไป โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว รวมไปถึง นมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย โยเกิร์ตหรือชีสไขมันต่ำ แต่สำหรับในกรณีที่รีบเร่งจนไม่มีเวลารับประทานอาหารเช้า เราควรหาอะไรรองท้องเล็กน้อย แต่ก็ต้องเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การรับประทานมื้อเช้าเราไม่รีบเร่ง ควรรับประทานในปริมาณพอเพียง ควรให้เวลาในการรับประทานมื้อเช้าอย่างเต็มที่ ไม่ทำกิจกรรมอื่นที่ดึงดูดความสนใจในขณะรับประทาน เพราะอาจทำให้รับประทานปริมาณมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตาม ในมื้อเช้าเราเน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก่อนเสมอ คนส่วนใหญ่มักจะมีแนวโน้มเลือกอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลได้ง่าย ลองปรับเปลี่ยนประเภทอาหารมาเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช หรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำก่อนอาหารประเภทอื่น ซึ่งกลุ่มอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณความต้องการกลุ่มสารอาหารที่ให้พลังงานสูงลงได้บ้าง รวมไปถึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องปรุงจัด ควรจะลดปริมาณอาหารที่เต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว เช่น เค้ก ไอศกรีม เครื่องดื่มที่มีรสหวาน พิซซ่า ไส้กรอก เบคอน อาหารกระป๋อง

ซึ่งไม่ควรรับประทานเป็นมื้อเช้าเป็นประจำ สำหรับตัวอย่างเมนูที่ควรรับประทานได้แก่ ข้าวต้มเครื่อง โจ๊กหมู ข้าวผัด ข้าวไข่เจียวใส่ผัก อาหารประเภทซีเรียลกับนมรสจืด สลัดไก่หรือสลัดทูน่า เป็นต้น สำหรับอาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทานเป็นมื้อเช้า ได้แก่ น้ำหวาน เครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล น้ำผลไม้สำเร็จรูป เช่น กาแฟเย็น ชาเขียว ชาเย็น โกโก้ น้ำผลไม้ชนิดขวดหรือกระป๋อง เป็นต้น อาหารปิ้งย่างกับข้าวเหนียว เช่น หมูปิ้ง ไก่ย่าง ตับย่าง หากรับประทานควรเลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไม่ไหม้เกรียมมากเกินไป ข้าวเหนียวไก่ทอดหรือหมูทอด อาหารฟาสต์ฟู๊ดต่างๆ รวมไปถึงอาหารสำเร็จรูป อย่างไรก็ตาม เราควรเลือกรับประทานอาหารอาหารเช้าที่เหมาะสม เราอยากให้ทุกคนให้ความสำตัญกับการรับประทานอาหารเช้า เพื่อที่จะได้ม่ภาวะโภชนาการที่ดี ที่จะส่งผลให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง