News

การป้องกันหรือชะลอการเป็นโรคเบาหวาน

การป้องกันหรือชะลอการเป็นโรคเบาหวาน การป้องกันหรือชะลอการเป็นโรคเบาหวานจะมุ่งเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิต (Lifestyle Modification) หมายถึง การปรับวิถีการดำรงชีวิตประจำวันเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ประกอบด้วยการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ การมีกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายที่เหมาะสม ร่วมกับการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี

ซึ่งโภชนบำบัดทางการแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานในผู้ที่มีภาวะเสี่ยง ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานในผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Pre – Diabetes) ภายใต้ข้อแนะนำคือ ควรมีน้ำหนักตัวและรอบเอวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

โรคเบาหวานในแต่ละชนิดสามารถป้องกันได้แตกต่างกัน ซึ่งโรคเบาหวานประเภทที่ 1 แทบไม่สามารถป้องกันการเกิดของโรคได้ เพราะสาเหตุการเกิดมาจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม โดยเฉพาะการเลือกรับประทานอาหาร การควบคุมน้ำหนักให้คง และการออกกำลังสม่ำเสมอ การป้องกันโรคเบาหวาน สามารถทำได้ตามคำแนะนำต่อไปนี้

เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต

ระมัดระวังการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อาหารไขมันสูง ขนม หรือเครื่องดื่มที่มีความหวาน อาจดื่มน้ำเปล่า ชา หรือกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล แทนน้ำผลไม้ รับประทานโยเกิร์ตแบบไม่เติมน้ำตาล ผลไม้สด หรือถั่วชนิดต่าง ๆ เป็นของว่างระหว่างวัน เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อขาวที่ไม่ติดมัน อย่างปลา ไก่ หรืออาหารทะเล แทนเนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดงหรือผลิตภัณฑ์แปรรูป

ควรแบ่งมื้ออาหารหลักออกเป็นมื้อย่อย ๆ ในแต่ละวัน เพื่อช่วยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลและฮอร์โมนอินซูลิน

หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่

ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย และลดระดับน้ำตาลในเลือดลง นอกจากนี้ยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตให้ดียิ่งขึ้น

การป้องกันเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรมีการเข้าฝากครรภ์กับแพทย์ตั้งแต่ในระยะแรก เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองเบาหวานในกรณีที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งควบคุมอาหารที่รับประทานและออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์

โรคเบาหวานมีผลต่อหัวใจอย่างไร?
การควบคุมน้ำตาลที่ไม่ดี หรือสูงเกินไปเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ เนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูงจากโรคเบาหวานสามารถทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ควบคุมหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในช่วงปกติ เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด ลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเพิ่มขึ้นกว่าปกติทำให้เกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือดแดง และเมื่อน้ำตาลและไขมันไปเกาะติดกับผนังหลอดเลือดสะสมเป็นปริมาณมากขึ้น จะทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และหากคราบไขมันที่สะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือดแตกออกและกลายเป็นลิ่มเลือด จะส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานยังมีแนวโน้มที่จะมีภาวะอื่น ๆ ที่เสี่ยงต่อภาวะโรคแทรกซ้อนต่างๆ ความดันโลหิตสูง จะเพิ่มแรงของเลือดผ่านหลอดเลือดแดงและอาจทำลายผนังหลอดเลือดได้ ทำให้หลอดเลือดเกิดการเสียหายและเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง อุดตัน ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

ภาวะไขมันสูงในเลือดเป็นภาวะที่พบร่วมกับโรคเบาหวานได้บ่อย เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยไขมัน LDL (“ไขมันไม่ดี”) ที่มากเกินไปในกระแสเลือด จะไป อุดตันผนังหลอดเลือดให้เกิดความเสียหายได้ เมื่อเวลาผ่านไปคราบไขมันอาจทำให้หลอดเลือดหนาขึ้น (หลอดเลือดแดงแข็ง) และสามารถปิดกั้นหลอดเลือดแดงหยุดการไหลเวียนของเลือดไปยังหัวใจ (โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ) หรือสมอง (โรคหลอดเลือดสมอง)

ไตรกลีเซอไรด์สูง และไขมัน HDL ต่ำ (“ ไขมัน ชนิดดี”) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี ทำให้ ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นได้ และ ภาวะ ที่ไขมัน HDL ต่ำ จะส่งผลลดการกำจัดไขมัน LDL หรือไขมันไม่ดีออกจากกระแสเลือด ทำให้ไขมัน LDL สูงมีส่วนทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว และเมื่อหลอดเลือดมีความหนา หรือแข็งตัวมากๆ ส่งผลให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่เพียงพอ

ภาวะต่างๆเหล่านี้ จะไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก โดยแพทย์สามารถทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อช่วยควบคุม ป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้